จะเริ่มใช้ AI Automation ในธุรกิจได้ยังไง?

ผู้หญิงกำลังวาดแผนภาพขั้นตอนการทำงานลงบนไวท์บอร์ด

ลองนึกภาพว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาคุณได้ยินทุกวันว่า AI กับ Automation ช่วยให้ธุรกิจทำงานเร็วขึ้น ใช้คนน้อยลง คุณเองก็อยากใช้ แต่พอเปิดคอมขึ้นมาจริงๆ คำถามแรกที่เจอคือ แล้วจะเริ่มจากตรงไหน

ก่อนอ่านต่อ ผมอยากให้คุณลองตอบคำถามนี้ในใจสักครู่ครับ

ในธุรกิจของคุณ มีงานไหนบ้างที่พนักงานทำแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน

ถ้าตอบได้ทันที คุณมาถูกทางแล้ว ถ้ายังนึกไม่ออก ไม่เป็นไรครับ บทความนี้จะพาไปหาคำตอบทีละขั้น

ส่วนเรื่องความต่างระหว่าง AI กับ Automation ผมจะไม่ลงรายละเอียดซ้ำในบทความนี้ เพราะทั้งสองอย่างเป็นแค่เครื่องมือที่เอามาแก้ปัญหาบางอย่างเท่านั้น ใครอยากเข้าใจให้ชัดก่อน แนะนำให้ไปอ่านบทความ AI กับ Automation ต่างกันยังไง? ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ

🚧 ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายธุรกิจเริ่มไม่ได้

ความเข้าใจที่ผมเจอบ่อยที่สุดคือ ให้ AI ทำแทนทุกอย่างในธุรกิจไปเลย

ฟังดูมีเหตุผลนะครับ เพราะเราเห็น AI ตอบคำถามได้ เขียนได้ วิเคราะห์ได้ ก็เลยคิดว่าโยนงานทั้งก้อนให้มันแล้วจบ

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ ผมได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาเรื่อง AI Automation ให้ธุรกิจทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ แต่ละธุรกิจใช้ AI Automation ต่างกันหมด แต่สิ่งที่เหมือนกันในทุกธุรกิจที่ทำสำเร็จ คือพวกเขามีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนก่อน แล้วค่อยเอาเครื่องมือมาใส่

ถ้าวันนี้คุณยังเล่าไม่ได้ว่างานชิ้นหนึ่งทำอย่างไรทีละขั้น ผมไม่อยากแนะนำให้คุณรีบใช้ AI ขนาดนั้นครับ และถ้าคุณยังยืนยันว่าอยากให้ AI ทำแทนทุกอย่าง บทความนี้อาจจะข้ามไปเลยก็ได้ครับ

🔁 มองหาสัญญาณว่าถึงเวลาแล้ว

แล้วเมื่อไหร่ถึงควรเริ่ม คำตอบของผมคือ เมื่อคุณเริ่มมองเห็นการทำซ้ำในขั้นตอนการทำงานของธุรกิจตัวเอง

แผนภาพสามขั้น Manual Process ไปสู่ Repeat Manual Process แล้วจึงเป็น AI Automation Process

ในหลายบทความที่ผ่านมา ผมมักเริ่มจากการเล่า Manual Process ก่อนเสมอ ว่าตอนนี้เราทำงานกันอย่างไร เพราะลำดับมันเป็นแบบนี้ครับ

  1. Manual Process คือขั้นตอนที่คนทำอยู่ตอนนี้
  2. Repeat Manual Process คือขั้นตอนเดิมที่คนทำซ้ำได้เหมือนกันทุกครั้ง
  3. AI Automation Process คือขั้นตอนที่ทำซ้ำได้นั้น แต่เปลี่ยนให้เครื่องมือทำแทนคน

จุดที่หลายคนพลาดคือกระโดดจากข้อ 1 ไปข้อ 3 เลย โดยข้ามข้อ 2 ไป ทั้งที่ข้อ 2 คือหัวใจของเรื่องนี้ครับ

🧱 ลองทำให้กระบวนการทำงานปัจจุบันทำซ้ำได้

ส่วนนี้เป็นเนื้อหาหลักของบทความครับ ผมจะพาทำทีละขั้น พร้อมตัวอย่างประกอบ

ขั้นแรก ถามคนที่ทำงานนั้นจริงๆ ว่ามีขั้นตอนอย่างไร และแต่ละขั้นทำไมถึงทำแบบนั้น เพราะทุกขั้นตอนมีเหตุผลของมันเสมอ อย่าเดาเอาเองจากที่นั่งของเจ้าของครับ

ขั้นที่สอง เอาขั้นตอนที่ได้มาวาดเป็นแผนภาพ แบบไหนก็ได้ที่คุณดูแล้วเข้าใจง่าย พนักงาน 1 คนมักมีหลายกระบวนการในมือ พอวาดออกมาคุณอาจจะเห็นเลยว่ามีขั้นตอนบางอย่างซ้ำกันอยู่ในหลายกระบวนการของคนเดียวกัน

ขั้นที่สาม ตรวจว่าขั้นตอนนั้นทำซ้ำได้จริงไหม ลองดูตัวอย่างนี้ครับ สมมติว่าวันนี้มีขั้นตอนการทำงานแบบนี้

แผนภาพขั้นตอนแบบเส้นตรง จาก A ไป B ไป C ไป D

คุณถามพนักงานว่า ถ้ามี A เข้ามา 100 ครั้ง ทุกครั้งจะทำ B แล้ว C แล้ว D แบบนี้เลยใช่ไหม

ถ้าตอบว่าใช่ แปลว่ากระบวนการนี้ทำซ้ำได้ จบครับ

แต่ส่วนใหญ่จะได้คำตอบว่า ไม่ครับ ถ้า A เข้ามาแล้วมีบางอย่างเป็นแบบนี้ ต้องแวะไปทำอีกขั้นก่อน พอได้คำตอบแบบนี้ คุณก็เอาเงื่อนไขนั้นใส่ลงไปในแผนภาพ

แผนภาพเดิมที่เพิ่มเงื่อนไข จาก B แยกไป B1 ก่อนกลับมารวมที่ C

แล้วถามคำถามเดิมอีกรอบ ถ้าเปลี่ยนเป็นแบบนี้แล้ว ทุกครั้งที่ A เข้ามาจะได้ขั้นตอนแบบนี้ใช่ไหม ถ้าใช่ก็จบ ถ้ายังไม่ใช่ ก็เพิ่มเงื่อนไขแล้วถามซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้คำว่าใช่ครับ

ก่อนไปส่วนถัดไป ลองหยิบงานหนึ่งอย่างในธุรกิจของคุณมาวาดตามตัวอย่างนี้ดูครับ แล้วถามตัวเองว่า ถ้างานชิ้นนี้เข้ามา 100 ครั้ง ขั้นตอนเหมือนกันทั้ง 100 ครั้งไหม ถ้ายังตอบไม่ได้ แปลว่ายังมีเงื่อนไขที่คุณยังไม่รู้ซ่อนอยู่

🔧 ลองเลือกเครื่องมือให้ตรงกับแต่ละขั้นตอน

พอได้กระบวนการที่ทำซ้ำได้แล้ว ขั้นสุดท้ายคือเลือกเครื่องมือ จะเป็น AI หรือ Automation ก็ได้ ขอแค่เหมาะกับปัญหาของขั้นตอนนั้น ไม่ต้องใช้เครื่องมือเดียวกันทั้งกระบวนการครับ

กลับไปดูแผนภาพเดิม

แผนภาพเดิมที่กำกับเครื่องมือไว้แต่ละช่วง ช่วง A ไป B เป็น Automation ส่วนช่วงที่ต้องตัดสินใจแยกไป B1 เป็น AI

  • จาก A ไป B เป็นขั้นตอนที่ไม่ต้องวิเคราะห์อะไร แค่ทำตามลำดับ ส่วนนี้ใช้ Automation มาทำแทนคน
  • จาก B ไป C มีการตัดสินใจว่า ถ้าเจอบางอย่างต้องไป B1 ก่อน ถ้าไม่เจอก็ไป C ได้เลย ส่วนนี้ต้องวิเคราะห์ เราอาจใช้ AI มาทำแทนคน

หลักคิดง่ายๆ คือ ขั้นตอนไหนทำตามลำดับที่กำหนดได้เลย ใช้ Automation ขั้นตอนไหนต้องดูเงื่อนไขแล้วตัดสินใจ ค่อยใช้ AI

และเพราะเราทดสอบกระบวนการมาแล้วว่าทำซ้ำได้ ทุกครั้งที่ A หรือ B เข้ามาแล้วผ่านขั้นตอนที่เราวางไว้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต้องเหมือนกับที่พนักงานทำเองครับ

🎯 สรุป

การเริ่มใช้ AI Automation ในธุรกิจไม่ได้เริ่มจากการเลือกเครื่องมือ แต่เริ่มจากการเข้าใจกระบวนการทำงานปัจจุบันของคนในทีม ถามให้รู้ว่าทำอะไร ทำไม วาดออกมาให้เห็น แล้วทดสอบด้วยคำถามเดียวว่า ถ้าเข้ามา 100 ครั้ง ทำเหมือนกันทั้ง 100 ครั้งไหม พอได้คำตอบว่าใช่ กระบวนการนั้นถึงพร้อมให้เครื่องมือเข้ามาทำแทน

ขั้นตอนที่ไม่ต้องคิดให้ Automation ทำ ขั้นตอนที่ต้องตัดสินใจตามเงื่อนไขค่อยให้ AI ทำ แล้วผลลัพธ์จะออกมาเหมือนที่พนักงานทำเองทุกครั้ง

กระบวนการที่ทำซ้ำได้เหมือนเดิมทุกครั้ง คือจุดเริ่มต้นของ AI Automation ในธุรกิจ

Jettapat Thongsimaออกแบบระบบ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับธุรกิจ

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Automation

Automation คืออะไร?

ระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้เองตลอดเวลา และเปลี่ยนพนักงานให้เป็นคนตรวจสอบความถูกต้องแทน เช่น จัดเก็บเอกสาร ตรวจหลักฐานการชำระเงิน หรือสร้างคอนเทนต์ลงแพลตฟอร์มต่างๆ

ถ้าอยากเริ่มทำ Automation ต้องทำอย่างไร?

ลองทักเข้ามาปรึกษา เพื่อเล่ารายละเอียดการทำงาน หลังจากนั้นทางทีมจะออกแบบการทำงานอัตโนมัติเบื้องต้นเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะลงมือทำดีไหม

ทำไมต้องใช้บริการในเมื่อทุกวันนี้ AI ก็สามารถสร้างให้ได้แล้ว?

สิ่งที่เราแตกต่างจากการให้ AI สร้างคือความเข้าใจในการทำงานของพนักงานในองค์กรจริง เพื่อให้พนักงานเปิดใจในการใช้เครื่องมือ Automation ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขา เพราะถ้ามีเครื่องมือที่ไม่มีพนักงานใช้ สุดท้ายต้องเจอปัญหาแบบเดิมๆ

ใช้ระบบ Automation สำเร็จรูปที่ธุรกิจต้องปรับการทำงานตามหรือไม่?

ทางทีมเราออกแบบระบบ Automation ขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับกระบวนการจริงของแต่ละธุรกิจ

ต้องทำ Automation ทุกกระบวนการทำงานตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า?

สามารถแบ่งขั้นตอนการทำงานออกมาเป็นขั้นตอนเล็กๆ เพื่อทดลองทำ Automation ดูก่อนได้ ถ้าได้ผลลัพธ์ที่พอใจค่อยทำในส่วนที่เหลือในธุรกิจ